วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552


- สำเนา -
ครุฑ
ระเบียบกระทรวงกลาโหม
ว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม
พ.ศ.๒๕๓๖

-----------------------

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้การดำเนินการวิจัยและพัฒนาการทหาร ของ กระทรวงกลาโหม เป็นไปอย่างมีเอกภาพ เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้.-
ข้อ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๓๖"
ข้อ ๒. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓. บรรดาระเบียบและคำสั่งอื่นใด ที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม รักษาการตามระเบียบนี้
หมวด ๑
นิยาม
ข้อ ๕. ในระเบียบนี้
๕.๑ " การวิจัย " หมายความว่า การค้นคว้าโดยการทดลอง สำรวจ หรือการศึกษา ตามหลักสูตรวิชาการ เพื่อให้ได้ข้อมูล ความรู้ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการต่าง ๆ อันจะ สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในทางทหาร เศรษฐกิจ สังคม วิชาการ หรือเป็นพื้นฐานของการพัฒนา ประเทศในด้านต่าง ๆ ต่อไป
๕.๒ " การพัฒนา " หมายความว่า การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาใช้อย่างมีระเบียบแบบแผน เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อันมีประโยชน์ หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนองความต้องการในการปฏิบัติงาน ทั้งในด้านวัตถุและมิใช่วัตถุ
๕.๓ " การวิจัยและพัฒนาการทหาร " หมายความว่า การวิจัยและพัฒนา ที่มีความ มุ่งหมายเพื่อสนองความต้องการทางทหาร หรือเกี่ยวข้องกับการทหาร ดำเนินการโดยอาศัยวิธีการทาง วิทยาศาสตร์และเทคนิคต่าง ๆ เป็นหลักปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่การวิจัยขั้นมูลฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไปจนถึงการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อคัดเลือก สร้างสรรค์ หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ที่เป็นประโยชน์ แล้วนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ตลอดจนระบบต่าง ๆ มาทำการทดสอบ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อการวิจัยและพัฒนาการทหาร

๕.๔ " แผนงานวิจัย " หมายความว่า แผนหลักของการวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม ที่มีจุดหมายอย่างกว้าง ที่จะดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงตามนโยบายและเป้าหมาย
การวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วยงานหรือโครงการ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้
แผนงานวิจัยบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
๕.๕ " โครงการวิจัย " หมายความว่า โครงการวิจัยและพัฒนาการทหารตามแผน งานวิจัย ที่มีลักษณะพิเศษต่างไปจากโครงการปกติ โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ มีแผนการดำเนินงานเป็น ขั้นตอนมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอน มีการกำหนดการใช้ทรัพยากรตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม และมีการคาดหมายผลงานที่จะได้รับจากการดำเนินงานนั้น โครงการวิจัยมี ๒ ประเภท คือ
๕.๕.๑ โครงการวิจัยประเภททั่วไป คือ โครงการวิจัยที่ต้องเสนอขออนุมัติ หลักการและวงเงินงบประมาณเป็นการล่วงหน้า ก่อนการดำเนินการจริงประมาณ ๒ ปี
๕.๕.๒ โครงการวิจัยประเภทเร่งด่วน คือ โครงการวิจัยที่มีความจำเป็นต้อง รีบดำเนินการ เพื่อตอบสนองภารกิจสำคัญของกระทรวงกลาโหม และไม่สามารถดำเนินการตามกำหนด เวลาปกติได้ หากไม่รีบดำเนินการจะส่งผลเสียหายต่อความมั่นคงของชาติ หรือกระทบกระเทือนต่อการ ปฏิบัติการทางทหาร โครงการวิจัยประเภทเร่งด่วนสามารถเสนอคำขอได้ทุกโอกาส
๕.๖ " ผู้อำนวยการแผนงานวิจัย " หมายความว่า นายทหารชั้นสัญญาบัตร ที่มีหน้าที่ ประสานงาน กำกับดูแล รับผิดชอบการจัดทำ และการดำเนินงานโครงการ ในแผนงานวิจัย
๕.๗ " ผู้อำนวยการโครงการวิจัย " หมายความว่า นายทหารชั้นสัญญาบัตร ที่มีหน้าที่ รับผิดชอบการดำเนินงานโครงการวิจัย ที่จำเป็นต้องประสานความร่วมมือจากหลายฝ่าย
๕.๘ " นายทหารโครงการ " หมายความว่า ข้าราชการชั้นสัญญาบัตรสังกัด กระทรวงกลาโหม ที่ได้รับการแต่งตั้งให้รับผิดชอบและดำเนินงานการวิจัย ตามโครงการวิจัยและพัฒนาการ ทหาร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
๕.๙ " กำลังพลทางการวิจัย " หมายความว่า ผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องโดยตรงกับการ วิจัยและพัฒนาการทหาร แบ่งเป็น ๔ ประเภท คือ
๕.๙.๑ " ผู้บริหารการวิจัย " คือ ผู้รับผิดชอบในการบริหารงานวิจัย หรือ ผู้อำนวยการแผนงานวิจัย หรือผู้อำนวยการโครงการวิจัย ซึ่งทำหน้าที่อำนวยการและรับผิดชอบการดำเนินงาน โครงการวิจัย
๕.๙.๒ " ที่ปรึกษาการวิจัย " คือ นักวิชาการ หรือ ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน
ที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่อง การพัฒนานโยบายและเป้าหมายการวิจัย หรือการดำเนินงานโครงการวิจัย และพัฒนาการทหาร
๕.๙.๓ " นักวิจัย " คือ ผู้ทำหน้าที่ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหาร

๕.๙.๔ " ผู้ช่วยนักวิจัย " คือ ผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือนักวิจัยในการปฏิบัติ
การวิจัยและพัฒนาการทหารทางด้านเทคนิค
๕.๑๐ " หน่วยงานวิจัย " หมายความว่า หน่วยงานที่มีภารกิจหลักทางการวิจัยและ พัฒนา ด้านอำนวยการ หรือด้านปฏิบัติการวิจัยและพัฒนา
๕.๑๑ " หน่วยเกี่ยวข้องการวิจัย " หมายความว่า หน่วยงานที่ไม่มีภารกิจหลักทาง
การวิจัยและพัฒนา แต่มีขีดความสามารถด้านอำนวยการหรือด้านปฏิบัติการวิจัย
๕.๑๒ " หน่วยเจ้าของโครงการ " หมายความว่า หน่วยที่จัดทำและเสนอคำขอ โครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๕.๑๓ " หน่วยดำเนินการวิจัย " หมายความว่า หน่วยงานวิจัย หรือ หน่วยเกี่ยวข้อง การวิจัย ที่ดำเนินการวิจัยและพัฒนา
๕.๑๔ " หน่วยเสนอความต้องการ " หมายความว่า หน่วยหรือบุคคล ที่เสนอความ ต้องการใช้ผลงานการวิจัย แต่มิได้ดำเนินการเอง

หมวด ๒
นโยบาย เป้าหมาย และ หลักการทั่วไป

ข้อ ๖. นโยบายการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปตาม นโยบายความมั่นคงแห่งชาติด้านการป้องกันประเทศ และนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ของชาติ โดยคำนึงถึงภัยคุกคาม ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายการวิจัย
และพัฒนาการทหารจะกำหนดระยะ ๕ ปี และระบุไว้ในนโยบายการทหาร ของกระทรวงกลาโหม
ข้อ ๗. เป้าหมายการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม จะต้องสอดคล้อง
กับนโยบายการวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม และจะต้องระบุแผนงาน และโครงการ
ในแต่ละแผนงาน เป้าหมายการวิจัยจะต้องมีการปรับปรุง ทบทวนตามระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อ ๘. หลักการทั่วไปในการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม คือ รวมการด้านนโยบายและงบประมาณ ในระดับกระทรวงกลาโหม แยกการด้านปฏิบัติ ในระดับ
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ข้อ ๙. ขอบเขตของงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ของกระทรวงกลาโหม ประกอบ
ด้วยงาน สำคัญ ๔ สาขา คือ งานด้านนโยบายและเป้าหมายการวิจัย งานวิจัยและการบริหารโครงการวิจัย งานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย และงานขยายผลการวิจัย
ข้อ ๑๐. คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบการ จัดทำนโยบายและเป้าหมายการวิจัยของกระทรวงกลาโหม โดยมีสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหาร กลาโหม ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ

หมวด ๓
องค์กรทางการวิจัยและพัฒนาการทหาร

ข้อ ๑๑. องค์กรทางการวิจัยและพัฒนาการทหาร มี ๒ รูปแบบ คือ รูปแบบคณะกรรมการ และรูปแบบหน่วยงาน
ข้อ ๑๒. การจัดองค์กรทางการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม มี ๒ ระดับ คือ
๑๒.๑ ระดับกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่อำนวยการให้เป็นไปตามหลักการ
รวมการด้านนโยบายและงบประมาณ และแยกการด้านปฏิบัติ
๑๒.๒ ระดับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก กองทัพเรือ
กองทัพอากาศ ทำหน้าที่ปฏิบัติการวิจัยพัฒนา และหรืออำนวยการวิจัยในหน่วยตน
ข้อ ๑๓. คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม เป็นองค์กรรับ
ผิดชอบการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม เป็นส่วนรวม มีรองปลัดกระทรวง กลาโหม สายงานยุทธการ เป็นประธาน รองเสนาธิการทหารสายงานยุทธการ เป็นรองประธาน กรรมการ ประกอบด้วย รองเสนาธิการทหารบกสายงานยุทธการ รองเสนาธิการทหารเรือ รองเสนาธิการทหาร อากาศสายงานยุทธการ หัวหน้าหน่วยงานวิจัยและหน่วยเกี่ยวข้องการวิจัย จากสำนักงานปลัดกระทรวง กลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยมีสำนักงานวิจัย
และพัฒนาการทหารกลาโหม ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการนี้ มีอนุกรรมการสาขาต่าง ๆ ช่วยเหลือการดำเนินงานได้ตามความจำเป็น
ข้อ ๑๔. สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ทำหน้าที่ประสานงานวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับส่วนราชการทั้งในและนอกกระทรวงกลาโหม ตลอดจนภาคเอกชนและ
ต่างประเทศ และอำนวยการ กำกับดูแล การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม
ข้อ ๑๕. การประสานงานวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในกระทรวงกลาโหม หน่วยเจ้าของโครงการ หน่วยดำเนินการวิจัย และหน่วยเกี่ยวข้องการวิจัย ประสานกับสำนักงานวิจัยและ พัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านทางหน่วยงานวิจัยที่มีภารกิจหลักทางด้านอำนวยการ ของกองบัญชาการ ทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ

หมวด ๔
การวิจัยและการบริหารโครงการวิจัย

ข้อ ๑๖. หน่วยเจ้าของโครงการวิจัยในหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เว้นกองบัญชาการ ทหารสูงสุด เสนอคำขอโครงการวิจัยประเภททั่วไป และโครงการวิจัยประเภทเร่งด่วน ต่อสำนักงานวิจัย
และพัฒนาการทหารกลาโหม ส่วนหน่วยเจ้าของโครงการวิจัยในกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ จะต้องเสนอคำขอโครงการวิจัยทั้ง ๒ ประเภท ต่อสำนักงานวิจัยและ พัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงานวิจัยของหน่วย
ข้อ ๑๗. คำขอโครงการวิจัยทั้ง ๒ ประเภท ให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการ ทหารกลาโหม กำหนด คำขอโครงการวิจัยประเภททั่วไป จะต้องส่งถึงสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหาร กลาโหม ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ส่วนคำขอโครงการวิจัยประเภทเร่งด่วน ให้เสนอสำนักงานวิจัย และพัฒนาการทหารกลาโหม ได้ทุกโอกาส
ข้อ ๑๘. คำขอโครงการวิจัย จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมายและนโยบายการวิจัยของ กระทรวงกลาโหม และต้องได้รับความเห็นชอบจากสายวิทยาการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งระบุหน่วยเสนอ ความต้องการ
ข้อ ๑๙. การดำเนินงานโครงการวิจัยทุกโครงการ หน่วยเจ้าของโครงการวิจัย หรือ หน่วย ดำเนินการวิจัย ต้องแต่งตั้งนายทหารโครงการรับผิดชอบ เว้นโครงการวิจัยขนาดใหญ่ ที่ต้องร่วมมือดำเนินงาน กับบุคคลหรือหน่วยงานหลายฝ่าย ให้แต่งตั้งผู้อำนวยการแผนงานวิจัย หรือ ผู้อำนวยการโครงการวิจัย ตามความเหมาะสม
ข้อ ๒๐. คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม พิจารณาให้ความ เห็นชอบโครงการและงบประมาณการวิจัย ที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการบริหารงานวิจัย และพัฒนาการทหารกลาโหม แล้วเสนอขออนุมัติโครงการและงบประมาณ จากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ภายในเดือนสิงหาคมของทุกปี
ข้อ ๒๑. การดำเนินงานโครงการวิจัยอาจทำได้โดย หน่วยเจ้าของโครงการวิจัย หรือหน่วย
ดำเนินการวิจัย ดำเนินงานเองทั้งหมด หรือแบ่งมอบงานบางส่วนหรือทั้งหมดให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่น
ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน หรือเอกชน ดำเนินงาน
ข้อ ๒๒. หน่วยเจ้าของโครงการวิจัย หรือ หน่วยดำเนินการวิจัย
๒๒.๑ เตรียมการดำเนินงานโครงการวิจัยได้ นับแต่โครงการได้รับอนุมัติจาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเริ่มดำเนินงานได้ทันที เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน
๒๒.๒ รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการวิจัย ผ่านสายการประสานงาน ต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ทุกห้วงระยะเวลา ๔ เดือน ตามงวดงบประมาณ ตามแบบที่ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมกำหนด ส่วนการรายงานการใช้จ่ายงบประมาณโครงการวิจัย ให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ว่าด้วยเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา
การทหาร

๒๒.๓ แจ้งสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงาน ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการทดสอบหรือประเมินค่า ผลการดำเนินงานวิจัยทุกขั้นตอนที่สำคัญ
๒๒.๔ ให้ความร่วมมือกับคณะอนุกรรมการวัดผลและประเมินผลโครงการวิจัย พัฒนาในการติดตามความก้าวหน้าของโครงการ
๒๒.๕ แจ้งสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงาน หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ จากคำขอโครงการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ
๒๒.๖ รายงานขออนุมัติปิดโครงการ ต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงาน เมื่อดำเนินงานโครงการวิจัยเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อมกับเอกสารการวิจัย และหรือ ผลงานต้นแบบ หรือหุ่นจำลอง ตามแบบที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมกำหนด
๒๒.๗ รายงานขอปิดโครงการวิจัยต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ผ่านสายการประสานงาน ในกรณีที่โครงการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่จำเป็นต้องยุติการดำเนินงาน พร้อมกับ เอกสารการวิจัย และหรือผลงานต้นแบบ หรือหุ่นจำลอง ผลงานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ข้อ ๒๓. สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม รับผิดชอบกลั่นกรองคำขอโครงการวิจัย จัดสรรงบประมาณโครงการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม และวัดผลประเมินผลการ ดำเนินงานโครงการวิจัย

หมวด ๕
โครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย

ข้อ ๒๔. โครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย หมายความว่า กำลังพลทางการวิจัย และเทคโนโลยี ทางการวิจัย ที่สนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ให้บรรลุเป้าหมายและนโยบายการวิจัย ของกระทรวงกลาโหม
ข้อ ๒๕. กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ สามารถ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยในส่วนของตน ได้ตามความเหมาะสม โดยให้จัดทำในรูปของคำขอโครงการวิจัย
ข้อ ๒๖. สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม ดำเนินการให้มีการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางการวิจัย ทั้งด้านกำลังพลและเทคโนโลยีทางการวิจัย เป็นส่วนรวม ดังนี้
๒๖.๑ กำหนดทิศทางและแผนพัฒนากำลังพลทางการวิจัย และเทคโนโลยีทางการวิจัย
๒๖.๒ พัฒนากำลังพลทางการวิจัยเป็นส่วนรวม โดยส่งเสริมสนับสนุนให้ทุนการ
ศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน สัมมนา ประชุมทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ทั้งในและนอกประเทศ


๒๖.๓ อนุรักษ์กำลังพลทางการวิจัย โดยส่งเสริมให้มีสภาพการทำงานที่ดี
มีความมั่นคงก้าวหน้าในการปฏิบัติงานวิจัย กับให้ได้รับผลประโยชน์และสิทธิพิเศษทางกำลังพล
๒๖.๔ พัฒนาศูนย์ข้อมูลทางการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อ สนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม
๒๖.๕ ดำเนินการให้มีการจัดหา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการวิจัยที่เหมาะสม จากในและนอกประเทศ กับส่งเสริมให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ ในการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหาร อย่างแท้จริง
๒๖.๖ สร้างกลไกประกันคุณภาพผลงานวิจัย ด้วยมาตรการกำกับดูแล แผนงาน หรือโครงการวิจัยทุกขั้นตอน เริ่มด้วยการกลั่นกรองวิเคราะห์คำขอโครงการวิจัย การวัดผลและประเมินผล การดำเนินงาน การทดสอบและประเมินค่า และการรายงานผลการวิจัย
๒๖.๗ พัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีเฉพาะด้าน แก่กำลังพลทางการวิจัย
๒๖.๘ ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการ ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหาร

หมวด ๖
การขยายผลการวิจัย

ข้อ ๒๗ การขยายผลการวิจัย หมายความว่า การดำเนินการต่อผลงานการวิจัยในเรื่องการ รับรองมาตรฐาน การผลิต การบรรจุใช้ในราชการ การผลิตเพื่อขายทั้งในและนอกประเทศ และการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์
ข้อ ๒๘ กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ดำเนินการให้มีการรับรองมาตรฐานผลงานวิจัยของตน ที่สมควรผลิตเพื่อบรรจุใช้ในราชการ และดำเนินการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย ตามความเหมาะสม โดยประสานกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหาร กลาโหม
ข้อ ๒๙ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม
๒๙.๑ ดำเนินการให้มีการรับรองมาตรฐานผลงานการวิจัย จากคณะกรรมการ กำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม แล้วส่งเสริมให้มี การผลิต การบรรจุใช้ในราชการ และ การผลิตเพื่อขายทั้งในและนอกประเทศ
๒๙.๒ ดำเนินการ หรือร่วมดำเนินการ กับกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ให้มีการสาธิต นิทรรศการ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผลงานการวิจัย หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๒๙.๓ เป็นเจ้าของและดูแลรับผิดชอบ กรรมสิทธิในผลงานวิจัย ที่ใช้
งบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมทั้งผลประโยชน์อื่นใดที่พึงได้จากกรรมสิทธิ์นั้น

หมวด ๗
บทเบ็ดเสร็จ

ข้อ ๓๐ งบประมาณการวิจัยและพัฒนาการทหาร หมายความว่า เงินงบประมาณหมวด เงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหารของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แบ่งเป็น เงินอุดหนุนการ ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร กับเงินอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร
ข้อ ๓๑ เงินอุดหนุนการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร หมายรวมถึง งบประมาณเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัย และงบประมาณเพื่อการขยายผลทางการวิจัย
ข้อ ๓๒ การกำหนดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษทางกำลังพล การให้ผลประโยชน์ตอบแทนจาก ผลงานการวิจัย แก่กำลังพลทางการวิจัย ให้จัดทำเป็นคำสั่ง ระเบียบ หรือ ข้อบังคับ
ข้อ ๓๓ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กำหนดระเบียบปฏิบัติภายในที่ไม่ขัดต่อระเบียบนี้ได้ และให้ส่งสำเนาให้ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันมีผลใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๖

(ลงชื่อ) พล.อ.วิจิตร สุขมาก
(วิจิตร สุขมาก)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้ระเบียบฉบับนี้ คือ สืบเนื่องจากกระทรวงกลาโหม ได้ยกระดับการ บริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหาร จากเดิมดำเนินการในระดับกองบัญชาการทหารสูงสุด มาเป็นระดับ กระทรวงกลาโหม ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้มีหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม เป็นส่วนรวม และปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันทุกส่วนราชการ กับเพื่อให้การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการทหารของ ส่วนราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ และ
กองทัพอากาศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลสมความมุ่งหมายของทางราชการ จึงจำเป็นต้องออก ระเบียบนี

- สำเนา -
ครุฑ
ที่ กค ๐๕๐๒/๕๙๗๑๘ กระทรวงการคลัง
ถนนพระรามที่ ๖ กท ๑๐๔๐๐
๑๕ ธันวาคม ๒๕๓๕

เรื่อง การกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร
เรียน ปลัดกระทรวงกลาโหม
อ้างถึง หนังสือกระทรวงกลาโหม ที่ กห ๐๒๐๓/๑๖๖๕ ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๓๕
ตามที่แจ้งว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๓๖ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม กระทรวงกลาโหม ได้รับงบประมาณโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร แผนงานบริหารทั่วไปงานวิจัย และพัฒนาการทหาร หมวดเงินอุดหนุน และเพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอุดหนุนการวิจัย และพัฒนาการทหารเป็นไปในแนวเดียวกัน จึงกำหนดระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินอุดหนุน การวิจัยและพัฒนาการทหารเพื่อควบคุมการใช้จ่าย จึงหารือว่ากระทรวงกลาโหมจะกำหนดระเบียบ ดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขออนุมัติกระทรวงการคลังใช่หรือไม่ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว ขอเรียนว่า เงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร ดังกล่าว เป็นเงินที่สำนักงบประมาณจัดสรรให้ในลักษณะเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป การใช้จ่ายเงิน งบประมาณ หมวดเงินอุดหนุนทั่วไป กระทรวงกลาโหมสามารถเบิกจ่ายได้ตามวัตถุประสงค์ที่ขอตั้ง งบประมาณไว้ และชอบที่จะกำหนดระเบียบภายในเพื่อควบคุมการใช้จ่ายได้เอง โดยมิต้องขออนุมัติ กระทรวงการคลัง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ

(ลงชื่อ) ทวีเกียรติ กฤษณามระ
รองปลัดกระทรวงฯ ปฏิบัติราชการแทน
ปลัดกระทรวงการคลัง

- สำเนา -
ครุฑ
ระเบียบกระทรวงกลาโหม
ว่าด้วยเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร
พ.ศ.๒๕๓๖
---------------------------------------------------

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการ ทหารของกระทรวงกลาโหม จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการ ทหาร พ.ศ.๒๕๓๖"
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๓๖ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
๓.๑ "เงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร" หมายความว่าเงินงบประมาณหมวด เงินอุดหนุน ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดินตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเพื่อใช้จ่ายในการวิจัย การพัฒนา และการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๓.๒ "การวิจัย" หมายความว่า การค้นคว้าโดยการทดลอง สำรวจ หรือการศึกษา ตามหลักวิชาการ เพื่อให้ได้ข้อมูล ความรู้ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ต่าง ๆ อันจะสามารถ นำมาใช้เป็นประโยชน์ในทางทหาร เศรษฐกิจ สังคม วิชาการ หรือเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ต่อไป
๓.๓. "การพัฒนา" หมายความว่า การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้อย่างมีระเบียบ แบบแผน เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์อันมีประโยชน์หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสนองความ ต้องการในการปฏิบัติงาน ทั้งในด้านวัตถุและมิใช่วัตถุ
๓.๔ "การวิจัยและพัฒนาการทหาร" หมายความว่า การวิจัยและพัฒนาที่มีความมุ่ง หมายเพื่อสนองความต้องการทางทหาร หรือเกี่ยวข้องกับทางทหาร ดำเนินการโดยอาศัยวิธีการทาง วิทยาศาสตร์และเทคนิคต่าง ๆ เป็นหลักปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่การวิจัยขั้นมูลฐานเกี่ยวกับปรากฎการณ์
ทางธรรมชาติไปจนถึงการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อคัดเลือก สร้างสรรค์หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่เป็น ประโยชน์แล้วนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นตลอดจนระบบต่าง ๆ มาทำการทดสอบรวมทั้งการจัดทำโครงสร้าง
พื้นฐานเพื่อการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๓.๕ "หน่วยเจ้าของงบประมาณ" หมายความว่า สำนักงานงานวิจัยและพัฒนาการ ทหารกลาโหม ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหารจากสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่จัดทำและบริหารงบประมาณ กำกับดูแล วิเคราะห์ ประเมินผล และ รายงานการใช้งบประมาณต่อสำนักงบประมาณกลาโหมตามระเบียบที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
/๓.๖ "หน่วยเจ้าของโครงการ"

๓.๖ "หน่วยเจ้าของโครงการ" หมายความว่า หน่วยที่จัดทำและเสนอคำขอ โครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร และได้รับเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหารจากสำนักงานวิจัย และพัฒนาการทหารกลาโหม
ข้อ ๔ เงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร ประกอบด้วย
๔.๑ เงินอุดหนุนการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๔.๒ เงินอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร
ข้อ ๕ เงินอุดหนุนการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการทหารเป็นเงินอุดหนุน การดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ที่กระทำทั้งในประเทศและนอกประเทศ ดังนี้
๕.๑ การวิจัยและพัฒนาการทหารทุกประเภท
๕.๒ การสัมมนา การประชุม การฝึกอบรมทางวิชาการ และการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การวิจัยและพัฒนาการทหาร
๕.๓ การติดต่อร่วมมือประสานงานการวิจัย การรับรองและแลกเปลี่ยนนักวิจัย
กับสถาบันและองค์กรต่าง ๆ
๕.๔ การดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งหัวข้อ ข้อมูล ข้อสนเทศ แนวทาง นโยบายและแผนการวิจัยและพัฒนาการทหาร
๕.๕ การประเมินข้อเสนอโครงการวิจัย การติดตามประเมินผลและการเสนอ รายงานผลการวิจัย
๕.๖ การดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาการทหาร
ข้อ ๖ เงินอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทดังนี้
๖.๑ เงินอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนาการทหารประเภททั่วไป ได้แก่ เงินอุดหนุน โครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร ที่เสนอคำขอการวิจัยตามปกติ
๖.๒ เงินอุดหนุนโครงการวิจัยและพัฒนาการทหารประเภทเร่งด่วน ได้แก่ เงินอุดหนุน โครงการวิจัยและพัฒนาการทหาร ที่เสนอคำขอการวิจัยได้ทุกโอกาส
ข้อ ๗ ให้สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมรวบรวมและเสนอขอตั้งงบประมาณ โครงการวิจัยและพัฒนาการทหารในหมวดเงินอุดหนุน ตามรายการในข้อ ๔ ต่อสำนักงบประมาณกลาโหม ตามแบบที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
ข้อ ๘ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม เป็นผู้มีอำนาจในการ พิจารณาและอนุมัติการใช้จ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหาร และมีอำนาจออกระเบียบสำนัก งานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอุดหนุนได้โดยไม่ขัดต่อระเบียบนี้
/ข้อ ๙ ...

ข้อ ๙ หน่วยเจ้าของโครงการมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้
๙.๑ จัดทำและเสนอคำขอโครงการวิจัยและพัฒนาการทหารตามนโยบายและ
เป้าหมายการวิจัยและพัฒนาการทหารของกระทรวงกลาโหม ต่อสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหาร ตาม แบบที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกำหนด เพื่อสรุปส่งให้สำนักงบประมาณกลาโหมตามแบบ
ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
๙.๒ ปรับปรุงแก้ไขจัดทำโครงการตามที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหาร กลาโหมชี้แจง
๙.๓ เตรียมปรับแผนการดำเนินงานของโครงการที่รับผิดชอบให้สอดคล้องกับ
งบประมาณที่ได้รับ
๙.๔ เบิกเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหารจากสำนักงานวิจัยและพัฒนาการ ทหารกลาโหม ตามแผนการใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติ
๙.๕ ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการทหารตามโครงการวิจัยที่ได้รับเงินอุดหนุนแล้ว
๙.๖ ดำเนินการจ้างและซื้อตามแผนการใช้จ่ายเงินที่ได้รับอนุมัติ โดยปฏิบัติตาม ระเบียบแบบแผนที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
๙.๗ รายงานสถานภาพการใช้จ่ายเงินอุดหนุนและความก้าวหน้าของโครงการ
ตามแบบและห้วงเวลาที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมกำหนด
ข้อ ๑๐ ให้สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม รายงานสถานภาพการใช้จ่าย
เงินอุดหนุนให้ปลัดกระทรวงกลาโหมทราบ ตามวงเงินงบประมาณ ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันสิ้นงวด
ข้อ ๑๑ ให้กรรมสิทธิ์ของครุภัณฑ์และผลิตผลจากการวิจัยและพัฒนาการทหารตาม
โครงการ เป็นของสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม โดยอาจมอบให้หน่วยเจ้าของโครงการ
เป็นผู้เก็บรักษา และรายงานสถานภาพหรือรับโอน ตามที่สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหมกำหนด
ข้อ ๑๒ การบัญชี การเก็บรักษาเงิน และการตรวจสอบภายใน ให้ปฏิบัติตามระเบียบแบบ แผนที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
/ข้อ ๑๓...

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๖
(ลงชื่อ) พลเอก วิจิตร สุขมาก
(วิจิตร สุขมาก)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลักการ :- กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาและอนุมัติการใช้จ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา
การทหาร ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน
ตามพระพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณ
รายจ่ายเพิ่มเติมให้เป็นไปด้วยความเหมาะสม
เหตุผล :- เพื่อเป็นแนวทางในการเบิกและใช้จ่ายเงินอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาการทหารให้สอดคล้อง
กับวัตถุประสงค์ทางทหารของกระทรวงกลาโหม ในลักษณะรวมการด้านนโยบายและแยกการ
ปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

แบบทดสอบวิชาแบบธรรมเนียมทหาร

1. เหตุที่นับว่าสำคัญต้องรายงานด่วน คือ
ก. เรื่องทหารถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัสเนื่องจากทำลายชีวิตตัวเอง
ข. เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้นแก่คนหรือสัตว์ในหรือใกล้ที่ตั้งหน่วยทหาร
ค. เหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง
ง. ถูกทุกข้อ
2. เหตุที่นับว่าสำคัญต้องรายงานตรงต่อ รมว.กห. ได้แก่
ก. เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้นแก่คนหรือสัตว์ในหรือใกล้ที่ตั้งหน่วยทหาร
ข. เหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง
ค. เหตุที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในกรมกอง
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.
3. เหตุการณ์ที่นับว่าสำคัญที่หน่วยใน ทบ. จะต้องรายงานต่อ ผบ.ทบ. ได้แก่
ก. เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้นแก่คนหรือสัตว์ในหรือใกล้ที่ตั้งหน่วยทหาร
ข. เหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง
ค. เหตุที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในกรมกอง
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.
4. เมื่อเกิดเหตุซึ่งเกิดจากการทะเลาะวิวาทจนถึงใช้อาวุธทำการต่อสู้กันขึ้นในหมู่ทหารด้วยกันเองหรือบุคคลอื่นจนถึงแก่ความตายจะต้องรายงานตรงต่อ
ก. รมว.กห., ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. แล้วแต่กรณี
ข. ผบ.สส., ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. แล้วแต่กรณี
ค. ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. แล้วแต่กรณี
ง. ถูกทุกข้อ
5. เหตุที่ต้องรายงานต่อ หน.ส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. ได้แก่
ก. เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้นแก่คนหรือสัตว์ในหรือใกล้ที่ตั้งหน่วย
ข. เหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง
ค. เหตุที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในกรมกอง
ง. ถูกทุกข้อ
6. เมื่อเกิดเรื่องทหารถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัสเนื่องจากทำลายชีวิตตัวเอง ต้องรายงานตรงต่อ
ก. ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. แล้วแต่กรณี
ข. ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผบ.สส. แล้วแต่กรณี
ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
ง. ไม่มีข้อถูก
7. เมื่อมีการรายงานด่วนตรงต่อ รมว.กห. แล้วต้องรายงานตรงต่อใคร (แล้วแต่กรณี)
ก. หน.ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ กห. ข. ผบ.สส.
ค. ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร ง. ถูกทุกข้อ
8. เมื่อมีเหตุนับว่าสำคัญเกิดขึ้นแล้วได้รายงานตรงต่อ รมว.กห. แล้วจะต้อง
ก. รีบรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อ กห., ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. แล้วแต่กรณี
ข. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึง ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. แล้วแต่กรณี
ค. รายงานด้วยวาจาให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ง. ไม่มีข้อใดถูก
9. หัวข้อการรายงานด่วนที่สุดตามคำชี้แจงกองทัพบก พ.ศ.2495 คือ
ก. เมื่อไร, ใคร, ทำไม, ที่ไหน, อย่างไร
ข. ใคร, อะไร, ที่ไหน, เมื่อไร, อย่างไร
ค. ใคร, ไปไหน, อะไร, เมื่อไร, อย่างไร
ง. ถูกทุกข้อ
10. ข่าวที่เกี่ยวกับทหารที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์รายวัน หรือรายคาบอันเป็นเรื่องเสื่อมเสียนั้น หากข่าวระบุว่าเป็นทหารหน่วยใด ให้ ผบ.หน่วย รายงานตรงต่อ
ก. รมว.กห. ข. ผบ.สส.
ค. ผบ.ทบ. ง. ถูกทุกข้อ
11. หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นกรณีที่ไม่สามารถไปรายงานตนยังหน่วยต้นสังกัดได้ ถ้าข้าราชการผู้นั้นอยู่ในกรุงเทพมหานครด้วยเหตุใดก็ตาม ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ไปรายงานตนยังหน่วยทหารหรือหน่วยราชการที่อยู่ใกล้
ข. ให้ไปรายงานตนที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก หรือกองบัญชาการกองทัพบกส่วนหน้า (ถ้ามี)
ค. ไปรายงานตนที่หน่วยตามข้อ ก. และ ข. หน่วยใดหน่วยหนึ่ง
ง. ไม่มีข้อใดถูก
12. หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นกรณีที่ไม่สามารถไปรายงานตนยังหน่วยต้นสังกัดได้ ถ้าข้าราชการผู้นั้นอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครด้วยเหตุใดก็ตาม ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ไปรายงานตนยังหน่วยทหาร หรือหน่วยราชการกองทัพบกที่อยู่ใกล้ที่สุด
ข. ให้ไปรายงานตนที่กองบัญชาการกองทัพบกส่วนหน้า
ค. ให้ไปรายงานตนยังหน่วยทหาร หรือหน่วยราชการกองทัพบกที่อยู่ใกล้ หรือกองบัญชาการกองทัพบกส่วนหน้า (ถ้ามี)
ง. ไม่มีข้อใดถูก
13. การไปรายงานตนเมื่อมีเหตุฉุกเฉินและไม่สามารถไปรายงานตนเองยังหน่วยต้นสังกัดได้ ถ้าสามารถทำได้ควรไปรายงาน
ก. ไปรายงานยังหน่วยทหาร หรือหน่วยราชการกองทัพใด ๆ ก็ได้ที่อยู่ใกล้
ข. ไปรายงานยังหน่วยทหาร หรือหน่วยราชการกองทัพบกที่มีงานเหมาะสมแก่หน้าที่ของผู้ไปรายงาน
ค. ไปรายงานยังหน่วยทหาร หรือหน่วยราชการกองทัพบกที่มีงานเหมาะสมแกหน้าที่ของผู้รับรายงาน
ง. ไม่มีข้อถูก
14. การเดินทางไปปฏิบัติราชการที่เดินทางไปปฏิบัติราชการนอกเขตจังหวัดที่ตนรับราชการ กรณีไปราชการนอกเขตกรุงเทพมหานคร จะต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้องตามระเบียบ
ก. ไปรายงานตัวต่อหัวหน้าหน่วยทหารที่ตนไปติดต่อราชการ หรือหัวหน้าหน่วยทหารเจ้าของพื้นที่ที่ตนไปติดต่อราชการ
ข. ไปรายงานตัวต่อหัวหน้าหน่วยทหารที่ตนไปติดต่อราชการ หรือหัวหน้าหน่วยทหารเจ้าของพื้นที่ที่ตนไปติดต่อราชการ
ค. ไปรายงานตัวต่อหัวหน้าหน่วยทหารที่ตนไปติดต่อราชการ หรือหัวหน้าหน่วยทหารเจ้าของพื้นที่ที่ตนไปติดต่อราชการ โดยลงบันทึกรายงานที่หน่วยนั้น ๆ จัดไว้และถ้ารายงานด้วยวาจาได้ก็จะเป็นการดียิ่ง
ง. ไม่มีข้อใดถูก
15. การลงนามในสมุดรายงานเมื่อไปปฏิบัติราชการนอกจังหวัดที่ตนรับราชการ ให้ไปรายงานเมื่อใด
ก. ให้ไปรายงานในวันแรกที่ไปถึงเสมอ
ข. ให้ไปรายงานในวันแรกที่ถึง แต่ถ้าไม่สามารถกระทำได้ก็ให้ไปรายงานในวันรุ่งขึ้น หรือในวันที่เปิดทำการ
ค. ให้ไปรายงานตัวในวันแรกที่ถึง แต่ถ้าไม่สามารถกระทำได้ก็ให้ไปรายงานในวันเดินทางกลับ
ง. ไม่มีข้อใดถูก
16. การแต่งกายเมื่อไปรายงานตัว
ก. แต่งกายเครื่องแบบทหาร หรือเครื่องแบบข้าราชการกลาโหมพลเรือน
ข. แต่งกายสุภาพ
ค. แต่งกายตามข้อ ก. หรือ ข. ก็ได้ตามความเหมาะสม
ง. ไม่มีข้อใดถูก
17. เมื่อย้ายตำแหน่ง ขั้นตอนการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเดิมซึ่งขาดจากความบังคับบัญชา ปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้อง
ก. รายงานผู้บังคับบัญชาทุกตำแหน่งตามลำดับชั้นลงมา
ข. รายงานผู้บังคับบัญชาทุกตำแหน่งตามลำดับชั้นขึ้นไป
ค. รายงานผู้บังคับบัญชาทุกตำแหน่งตามลำดับชั้นสูงลงมา
ง. ไม่มีข้อใดถูก
18. การรายงานตนเองตามข้อบังคับทหารจะต้องรายงานอย่างไร
ก. รายงานโดยตรง ยศ นาม และตำแหน่งของตน
ข. รายงานโดยตรง ยศ นาม และตำแหน่งของตน แล้วบอกเรื่องราวที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ผู้รับรายงานทราบ
ค. รายงานโดยตรง ยศ นาม และตำแหน่งของผู้รับรายงาน แล้วบอกเรื่องราวที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ผู้รับรายงานทราบ
ง. ไม่มีข้อใดถูก
19. ถ้าผู้มีข้อขัดข้องที่จะรายงานด้วยวาจาไม่ได้ สามารถกระทำโดย
ก. ให้รายงานด้วยหนังสือ
ข. เขียนลงสมุดรายงาน
ค. ให้รายงานด้วยหนังสือ หรือเขียนลงในสมุดรายงาน
ง. ไม่มีข้อใดถูก
20. การรับ-ส่งหน้าที่โดยทั่วไป ปกติให้ผู้เริ่มออกเดินทางไปทำการรับ-ส่งหน้าที่ซึ่งกันและกันภายในกี่วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง
ก. 3 วัน ข. 7 วัน
ค. 15 วัน ง. ไม่มีข้อใดถูก
21. หากมีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการรับ-ส่งหน้าที่เกินกำหนดมีหลักเกณฑ์ที่จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
ก. รายงานขออนุมัติพิเศษต่อผู้สั่งย้ายเป็นราย ๆ ไป
ข. รายงานขออนุมัติพิเศษต่อผู้สั่งย้ายเป็นราย ๆ ไป ถ้าผู้สั่งย้ายมีตำแหน่งสูงกว่า ผบ.ทบ. ให้รายงานขออนุมัติ ผบ.ทบ. เป็นอย่างสูง
ค. รายงานขออนุมัติพิเศษต่อผู้สั่งย้ายเป็นราย ๆ ไป ถ้าผู้สั่งย้ายมีตำแหน่งสูงกว่า ผบ.ทบ. ให้รายงานขออนุมัติ ผบ.ทบ. เป็นอย่างสูง ในรายงานต้องแจ้งให้ชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด
ง. ไม่มีข้อใดถูก
22. การส่งหน้าที่สำหรับผู้ปลดออกจากกองประจำการ ให้ปฏิบัติดังนี้
ก. ผู้ปลดเพราะเกษียณอายุ ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นสั่งให้ผู้ถูกปลดส่งมอบหน้าที่ไว้กับผู้หนึ่งให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันครบกำหนดปลด ครั้นมีผู้มารับตำแหน่งแทนจึงให้มอบหน้าที่กันต่อไป
ข. ผู้ปลดเพราะเกษียณอายุให้ผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นไว้กับผู้บังคับบัญชาโดยตรงให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันครบกำหนดปลด ครั้นมีผู้มารับแทนจึงให้มอบหน้าที่กันต่อไป
ค. ไม่มีข้อใดถูก ง. ถูกทุกข้อ
23. การรับ-ส่งหน้าที่ของผู้รับการบรรจุเข้ารับราชการใหม่มีหลักเกณฑ์อย่างไร
ก. ให้เป็นไปตามกำหนดที่ระบุไว้ในคำสั่งกระทรวงกลาโหม
ข. ให้เป็นไปตามกำหนดที่ระบุไว้ในคำสั่งกองทัพบก
ค. ให้เป็นไปตามกำหนดที่ระบุไว้ในคำสั่งกระทรวงกลาโหม หรือคำสั่งกองทัพบกแล้วแต่กรณี
ง. ไม่มีข้อใดถูก
24. ลำดับของการรับ-ส่งหน้าที่คือ ผู้ใดจะต้องไปรับส่งหน้าที่จากผู้ใดก่อนนั้น โดยปกติถือเกณฑ์อย่างไร
ก. ให้ถือเกณฑ์ตามลำดับหมายเลขหน้าชื่อที่ปรากฏในคำสั่งนั้น ๆ โดยผู้ที่มีหมายเลขน้อยไปรับหน้าที่จากผู้มีหมายเลขมากในชุดของตน
ข. ให้ถือเกณฑ์ตามลำดับหมายเลขหน้าชื่อที่ปรากฏในคำสั่งนั้น ๆ โดยผู้ที่มีหมายเลขมากไปรับหน้าที่จากผู้มีหมายเลขน้อยในชุดของตน
ค. ให้ถือเกณฑ์ตามลำดับหมายเลขหน้าชื่อซึ่งปรากฏในคำสั่งนั้น ๆ โดยให้ไปรับหน้าที่ตามลำดับหมายเลขในชุดของตน
ง. ไม่มีข้อใดถูก
25. ในโอกาสที่จัดทหารกองเกียรติยศสำหรับ ผบ.ทหารสูงสุด, ผบ.ทบ., ผบ.ทอ., ผบ.ทร. ให้จัดเมื่อใด
ก. ไปราชการต่างท้องถิ่นและในท้องถิ่นนั้นมีหน่วยทหารตั้งอยู่
ข. ไปราชการต่างท้องถิ่นและในท้องถิ่นนั้นมีหน่วยทหารในสังกัด
ค. ไปราชการที่มีหน่วยทหารตั้งอยู่อย่างห่างไกล
ง. ไปปฏิบัติงานธุรการของหน่วย
26. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับศพทหารที่เสียชีวิตในขณะประจำการ ให้จัดเมื่อเวลาเผาหรือฝังตามลัทธิศาสนาของผู้เสียชีวิตแต่ให้งดสำหรับศพทหารซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากอะไร
ก. ปฏิบัติหน้าที่ในราชการในท้องถิ่นก่อการร้ายตามคำสั่ง
ข. ป่วยด้วยโรคปัจจุบันทันด่วนโดยไม่มีอาการมาก่อน
ค. ตนเองกระทำความผิดหรือประพฤติชั่ว
ง. ปฏิบัติงานธุรการของหน่วย
27. ตามข้อ 26 การจัดกำลังทหารเกียรติยศสำหรับศพทหาร นายทหารชั้นนายพัน นายนาวา หรือนายนาวาอากาศ ขึ้นไป ให้จัดกำลังอย่างไร
ก. 2 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน และมีแตรเดี่ยว
ข. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว หรือขลุ่ยกลอง
ง. 1 หมู่ ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว หรือขลุ่ยกลอง
28. การจัดกำลังทหารเกียรติยศสำหรับนายทหารชั้นประทวนและศพนักเรียนทหาร ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารสัญญาบัตร ให้จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ข. 1 หมู่ ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ค. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว หรือขลุ่ยกลอง
ง. 1 หมู่ ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว หรือขลุ่ยกลอง
29. การจัดกำลังทหารเกียรติยศสำหรับศพทหาร ตามข้อ 26 ถ้ามีศพหลายศพในที่เดียวกันและเวลาเดียวกัน ซึ่งจะต้องทำการเคารพศพพร้อมกันให้จัดกำลังอย่างไร
ก. ตามลำดับของศพที่มียศต่ำสุดที่สูงสุด
ข. จัดแต่เพียงรายเดียวที่มียศสูงสุด
ค. จัดตามอัตราของศพที่มียศสูงแต่เพียงรายเดียว
ง. ตามแต่ทางเจ้าภาพขอร้องให้จัด
30. ในกรณีที่ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศไม่ต้องรายงานตัว
ก. เมื่อกองทหารเกียรติยศจัดสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี สมเด็จพระราชชนนี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ข. ในงานราชพิธี หรือรัฐพิธีต่าง ๆ ซึ่งมีหมายกำหนดการของสำนักพระราชวัง
ค. เมื่อผู้บังคับกองทหารเกียรติยศไม่มีโอกาสรายงานตัว
ง. ถูกทุกข้อ
31. กองทหารเกียรติยศสำหรับธงชัยเฉลิมพลให้จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว หรือขลุ่ยกลอง
ข. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว หรือแตรวง
ค. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ง. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรวง หรือขลุ่ยกลอง
32. ผู้ที่จะพิจารณาว่าควรจัดกองทหารเกียรติยศในท้องถิ่นที่อยู่ห่างจากที่ตั้งของหน่วยทหารหรือนั้น คือใคร
ก. ผบ.ทบ. หรือ จก.กพ.ทบ.
ข. ผู้บังคับบัญชาในส่วนกลาง
ค. ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นนั้น
ง. ไม่มีข้อใดถูก
33. การจัดทหารกองเกียรติยศสำหรับศพทหารให้พยายามจัดทหารจากหน่วยหรือเหล่าใด
ก. จัดจากกองพันมณฑลทหารบก หรือจังหวัดทหารบก
ข. จัดจากหน่วยหรือเหล่าเดียวกันกับผู้เสียชีวิตที่เคยบังคับบัญชาหรือเคยประจำมาก่อน
ค. จัดจากเหล่าทหารราบเป็นหลัก ถ้าจัดไม่ได้จัดเหล่าอื่น
ง. ถูกทุกข้อ
34. กองทหารเกียรติยศจัดสำหรับผู้ใด โดยปกติให้ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศรายงานตัวต่อผู้นั้นด้วยคำกล่าวตรวจแถวของทหารกองเกียรติยศ มีใจความว่าอย่างไร
ก. ขอเรียนเชิญตรวจแถวทหารกองเกียรติยศต่อไป
ข. ขอเชิญให้เกียรติตรวจแถวทหารกองเกียรติยศต่อไป
ค. ขอเชิญตรวจแถวทหารกองเกียรติยศต่อไป
ง. ขอเชิญตรวจแถวทหารกองเกียรติยศเพื่อเป็นเกียรติต่อไป
35. กำลังของทหารกองเกียรติยศที่จัดสำหรับนายพลต่างประเทศชั้นยศ จอมพล, พลเอก, พลโท ให้จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 กองร้อย มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ข. 1 กองร้อย (3 หมวด) มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. 1 กองร้อย (2 หมวด) มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ง. ไม่มีข้อใดถูก
36. กำลังของทหารกองเกียรติยศที่จัดสำหรับนายพลต่างประเทศชั้นยศ พลตรี, พลจัตวา ให้จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 กองร้อย มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ข. 1 กองร้อย (3 หมวด) มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. 1 กองร้อย (2 หมวด) มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ง. ไม่มีข้อใดถูก
37. ถ้าไม่มีหมายกำหนดการให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นแล้ว ผู้ที่ทำหน้าที่ผู้นำตรวจแถวเชิญผู้รับเกียรติตรวจแถวกองทหารเกียรติยศคือใคร
ก. ผู้ควบคุมหรือผู้รายงานยอด ณ ที่นั้น
ข. ผู้ที่มีอาวุโสที่สุดเป็นผู้ต้อนรับ
ค. ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ
ง. ไม่มีข้อใดถูก
38. การตรวจแถวเมื่อถึงปลายแถวแล้ว ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศกลับเข้าที่เดิม และบอกเลิกแสดงความเคารพเมื่อใด
ก. ผู้นำตรวจแถวบอกให้เลิกแสดงความเคารพ
ข. ผู้บังคับทหารกองเกียรติยศ
ค. ผู้นำตรวจแถวผู้รับเกียรติยศไปยืน ณ ที่รับการเคารพเรียบร้อย
ง. ไม่มีข้อถูก
39. ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการจัดทหารกองเกียรติยศ พ.ศ.2428 กำหนดให้กองทหารเกียรติยศจัดสำหรับผู้ใด
ก. นายกรัฐมนตรี ข. ผบ.สส.
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ง. ถูกทุกข้อ
40. ผู้รับเกียรติอาจเดินเข้ามาขอสัมผัสมือผู้บังคับกองทหารเกียรติยศเพื่อแสดงความขอบใจก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นผู้บังคับกองทหารเกียรติยศซึ่งอยู่ในท่าแบกอาวุธจะต้องทำอย่างไร
ก. ส่งกระบี่ให้มือซ้ายก่อนสัมผัสมือ ข. สรุตกระบี่แสดงความเคารพก่อน
ค. ส่งมือซ้ายให้สัมผัสมือ ง. ถูกทุกข้อ
41. การแนะนำให้ผู้รับเกียรติยศรู้จักผู้ที่ไปรอรับ จะทำได้ในโอกาสใด
ก. โอกาสแรกที่มาถึงพิธีตรวจ
ข. เมื่อเสร็จพิธีกองทหารเกียรติยศแล้ว
ค. แล้วแต่โอกาสและเป็นครั้งคราวนั้น
ง. ถูกทุกข้อ
42. ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศบอกแสดงการเคารพ 2 ครั้ง และบรรเลงเพลงเคารพด้วยทั้ง 2 ครั้ง เป็นการปฏิบัติในขั้นตอนใด
ก. เมื่อผู้รับเกียรติมาถึงและกล่าวให้โอวาทเสร็จ
ข. ผู้รับเกียรติยศตรวจแถวเสร็จกำลังเคลื่อนที่จากไป
ค. ผู้รับเกียรติมาถึง
ง. ไม่มีข้อใดถูก
43. เมื่อผู้นำตรวจแถวนำผู้รับเกียรติยศเข้ายืน ณ ที่รับการเคารพ และตนเองเข้ายืน ณ ที่เคารพ จุดยืนของผู้นำตรวจอยู่อย่างไร
ก. ยืนอยู่ทางซ้ายและเยื้องไปทางหลังของผู้รับเกียรติเล็กน้อย
ข. ยืนอยู่ทางซ้ายแนวเดียวกับผู้รับเกียรติ
ค. ยืนอยู่ด้านหลังของผู้รับเกียรติ
ง. ถูกทุกข้อ
44. กองทหารเกียรติยศได้ออกจากบริเวณที่ตั้งกองทหารเกียรติยศไปแล้ว
ก. เมื่อรับเกียรติลงจากที่แทนรับการเคารพ
ข. เมื่อเสร็จพิธีหรือผู้รับเกียรติยศได้ออกจากบริเวณที่ตั้งกองทหารเกียรติยศไปแล้ว
ค. เมื่อบังคับกองทหารเกียรติยศบอกเลิกแสดงความเคารพ
ง. ไม่มีข้อใดถูก
45. การจัดทหารเกียรติยศสำหรับพระราชานุสาวรีย์และอนุสาวรีย์ผู้ประกอบคุณความดีแก่ประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ให้จัดเมื่อใด
ก. เมื่อประกอบพิธีเปิดหรือจัดพิธีสมโภชเป็นทางการ
ข. เมื่อใดก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควร
ค. เมื่อมีผู้วางพวงมาลาสักการะเป็นครั้งคราว
ง. ไม่มีข้อใดถูก
46. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหม ให้จัดเมื่อใด
ก. เมื่อไปเยี่ยมราษฎรประสพภัยและแจกสิ่งของช่วยเหลือ
ข. เมื่อไปราชการท้องถิ่นและในหน่วยทหารตั้งอยู่
ค. เมื่อไปราชการต่างท้องถิ่นและหน่วยราชการต้อนรับอยู่
ง. เมื่อประชาชนเชิญให้ไปและมีพิธีเปิดงานด้วย
47. คำกล่าวรายงานตัวของผู้บังคับกองเกียรติยศ มีคำขึ้นต้นและลงท้ายว่าอย่างไร
ก. คำขึ้นต้น = ขอเชิญให้เกียรติตรวจแถวทหาร, คำลงท้าย = ครับ
ข. คำขึ้นต้น = กระผมเป็นผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ, คำลงท้าย = ครับกระผม
ค. คำขึ้นต้น = สรรพนามและยศชื่อ, คำลงท้าย = ครับ หรือตามฐานันดรศักดิ์ของผู้รายงาน
ง. ไม่มีข้อใดถูก
48. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับศพทหารและศพนักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารประทวน ให้จัดกำลังอย่างไร
ก. จัดกำลัง 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ข. จัดกำลังกึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ค. จัดกำลัง 1 หมู่ ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ง. ไม่มีข้อใดถูก
49. ท่าเคารพในแถวทหารกองเกียรติยศ เมื่อผู้บังคับกองเกียรติยศบอกแสดงการเคารพ ทหารในแถวจะอยู่อย่างไร
ก. ท่าอาวุธพร้อม ข. ท่าตรง
ค. ท่าวันทยาวุธ (ติดดาบ) ง. ท่าวันทยาวุธ (ไม่ติดดาบ)
50. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินี และรัชทายาท ให้จัดเมื่อเสด็จงานใด
ก. งานพระราชพิธี ข. พิธีสมโภช
ค. เมื่อเวลารับหรือส่งธง ง. ถูกทุกข้อ
51. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับธงไชยเฉลิมพล ให้จัดเมื่อใด
ก. งานรัฐพิธี ข. พิธีสมโภช
ค. เมื่อเวลารับหรือส่งธง ง. ถูกทุกข้อ
52. การจัดกองทหารเกียรติยศ ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. สำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์และอนุสาวรีย์ผู้ประกอบคุณงามความดีแก่ประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ให้จัดเมื่อเปิดหรือจัดพิธีสมโภชเป็นทางการ
ข. ศพทหารซึ่งเสียชีวิตในขณะประจำการ ให้จัดเมื่อเวลาเผาหรือฝังตามลัทธิศาสนาของผู้เสียชีวิตทุกศพ
ค. สำหรับธงไชยเฉลิมพลให้จัดเมื่อเวลารับหรือส่งของ
ง. ไม่มีข้อใดถูก
53. การจัดกองทหารเกียรติยศหากต้องจัดมากกว่า 1 ราย ในโอกาสเดียวกัน ให้จัดอย่างไร
ก. ไม่ต้องจัดเพื่อตัดปัญหา
ข. จัดแต่ไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว
ค. ให้จัดแต่ผู้ซึ่งทรงราชอิสริยศ หรือเกียรติยศสูงกว่าเท่านั้น
ง. ไม่มีข้อใดถูก
54. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับรัชทายาท จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยวและแตรวง (ถ้ามี) และธงไชยเฉลิมพล
ข. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยวและแตรวง (ถ้ามี) และธงไชยเฉลิมพล
ค. 1 กองพัน ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยวและแตรวง (ถ้ามี) และธงไชยเฉลิมพล
ง. ไม่มีข้อถูก
55. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ข. ครึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ง. ไม่มีข้อถูก
56. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับผู้บัญชาการทหารบก จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ข. 1 กองพัน ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ง. ไม่มีข้อถูก
57. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับประมุขรัฐต่างประเทศ จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง ธงไชยเฉลิมพล
ข. 1 กองพัน ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง ธงไชยเฉลิมพล
ค. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง ธงไชยเฉลิมพล
ง. ไม่มีข้อใดถูก
58. การจัดกองทหารเกียรติยศสำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ข. 1 กองพัน ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี) ธงไชยเฉลิมพล
ค. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ง. ไม่มีข้อใดถูก
59. พ.ต.ชอบ ชมเชย สังกัด ทภ.2 ได้เสียชีวิตในขณะปฏิบัติราชการสนาม ศปก.ทบ. ญาติและผู้บังคับบัญชาได้จัดงานพระราชทานเพลิงศพที่วัดสุทธจินดา โดยได้จัดกองเกียรติยศด้วย อยากทราบว่าจะต้องจัดกำลังอย่างไร
ก. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ข. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. กึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ง. ไม่มีข้อใดถูก
60. ร.ท.สุข ก่อเกิด เป็นนายทหารพ้นราชการ สังกัด มทบ.21 รับบำนาญ ได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวขณะอยู่ที่บ้าน ญาติได้จัดงานฌาปนกิจศพและได้รายงานขอกองทหารเกียรติยศ อยากทราบว่าต้องจัดกำลังอย่างไร
ก. ไม่ต้องจัดเพราะเป็นทหารนอกประจำการ
ข. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ค. กึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรวง
ง. กึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
61. จ.ส.อ.พรชัย เกิดดี สังกัด พัน.ร.มทบ.21 เสียชีวิตขณะปฏิบัติงาน เป็นนายทหารเวรกองพัน ผู้บังคับบัญชา ญาติได้จัดงานฌาปนกิจศพ ได้จัดกองทหารเกียรติยศอยากทราบว่าต้องจัดกำลังอย่างไร
ก. 1 หมวด ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ข. กึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ค. กึ่งกองร้อย ถือปืนลูกซอง มีแตรนอน
ง. กึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรวง
62. ส.อ.ธงชาติ กล้าหาญ สังกัด ฉก.ร.23 ขณะออกลาดตระเวนรอบฐาน เกิดเหยียบกับระเบิดของข้าศึกเป็นเหตุให้ตนเองและ ร.ต.บุญรอด ปลอดภัย เสียชีวิตคาที่ หน่วยได้ส่งศพกลับหน่วยเพื่อให้ญาติประกอบพิธีจัดการศพตามประเพณีพร้อมกันโดยได้กองเกียรติยศ อยากทราบว่าต้องจัดกำลังอย่างไร
ก. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ข. กึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ค. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ง. กึ่งกองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
63. กองทหารเกียรติยศที่จัดสำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ ผู้ประกอบคุณงามความดีต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง จัดกำลังอย่างไร
ก. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ข. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. 2 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว
ง. 2 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
64. กองทหารเกียรติยศที่จัดสำหรับ ผบ.เหล่าทัพ ข้อใดถูกต้อง
ก. ไม่ต้องจัดสำหรับ ผบ.เหล่าทัพ หากร่วมไปกับคณะของ รมว.
ข. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรเดี่ยว และแตรวง (ถ้ามี)
ค. จัดเมื่อไปราชการท้องถิ่นและในท้องถิ่นนั้นมีหน่วยทหาร
ง. 1 กองร้อย ถือปืนเล็กล้วน มีแตรวง
65. การปฏิบัติในกรณีที่ผู้รับเกียรติยศไม่มีโอกาสตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ถ้าไม่มีหมายกำหนดการให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นแล้วปฏิบัติอย่างไร
ก. บอกแถวแสดงความเคารพ 2 ครั้ง
ข. ครั้งแรกเมื่อผู้รับเกียรติมาถึง แตรวงบรรเลงแสดงการเคารพ
ค. ครั้งที่ 2 เมื่อผู้รับเกียรติยศกำลังเคลื่อนที่จากไป แตรวงบรรเลงเคารพ
ง. ถูกทุกข้อ
66. ผู้มีอำนาจสั่งกองรักษาการณ์ภายในคือผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ชั้นใด
ก. ผู้บังคับกองบินน้อย ข. ผู้บังคับกองพัน
ค. ผู้บังคับการเรือชั้นหนึ่ง ง. ถูกทุกข้อ
67. ทหารที่จะจัดไปกองรักษาการณ์นั้น จะใช้ทหารเหล่าและพรรคใด ให้ใครกำหนด
ก. กองพัน
ข. จังหวัดทหารบกหรือสถานีทหารเรือ
ค. มณฑลทหารบกหรือกองบินน้อยหรือสถานีทหารเรือ
ง. กองทัพ
68. ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของกองรักษาการณ์ภายใน คือ
ก. ผบ.ร้อย ข. ผบ.พัน
ค. ผบ.พล ง. นายทหารที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ประจำหน่วย
69. การให้ทหารยามหรือผู้ตรวจบรรจุกระสุนเตรียมพร้อมไว้นั้น จะทำต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากใคร
ก. ผบ.กองรักษาการณ์ ข. ผช.ผบ.กองรักษาการณ์
ค. นายทหารเวรของหน่วย ง. ผู้มีอำนาจสั่งจัดกองรักษาการณ์
70. โดยปกติกองรักษาการณ์ให้รักษาการณ์ต่อเนื่องเป็นเวลากี่ชั่วโมง
ก. 2 ช.ม. ข. 4 ช.ม.
ค. 12 ช.ม. ง. 24 ช.ม.
71. โดยปกตินายยามหรือจ่ายาม และนายทหารยาม จัดให้มีกี่ผลัด
ก. 2 ผลัด ข. 3 ผลัด
ค. 4 ผลัด ง. 6 ผลัด
72. บุคคลที่มีอำนาจตรวจระเบียบรักษาการณ์ของกองรักษาการณ์ จทบ.น.ม. คือ
ก. มทภ.2 ข. ฝ่ายเสธ.มทภ.2
ค. นายทหารเวร พล.ร.3 ง. ไม่มีข้อถูก
73. ผู้ที่จะเป็น ผบ.กองรักษาการณ์ มีหน้าที่บังคับบัญชาทหาร ซึ่งจัดเป็นกองรักษาการณ์โดยเด็ดขาด นับตั้งแต่เวลาใด
ก. กองที่จะนำทหารไปทำหน้าที่รักษาการณ์ 2 ช.ม.
ข. กองที่จะนำทหารไปทำหน้าที่รักษาการณ์ 1 ช.ม.
ค. กองที่จะนำทหารไปทำหน้าที่รักษาการณ์ 10 ช.ม.
ง. กองที่จะนำทหารไปทำหน้าที่รักษาการณ์ 3 ช.ม.
74. ผู้บังคับกองรักษาการณ์ จะไปจากที่ตั้งกองรักษาการณ์ไม่ได้ เว้นแต่.......
ก. ไปรับประทานอาหาร ข. ไปปฏิบัติหน้าที่หน่วยต้นสังกัด
ค. ไปในกิจหน้าที่รักษาการณ์ ง. ไปชำระร่างกายในตอนเช้า
75. ถ้ามีการวิวาทต่อสู้กันในที่ใกล้เคียงที่ตั้งกองรักษาการณ์ ผบ.กองรักษาการณ์ จะปฏิบัติอย่างไร
ก. รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
ข. ถ้าเห็นเป็นการสมควรให้ห้ามและจับได้
ค. ให้ ผช.ผบ.กองรักษาการณ์ไปดูแล้วแจ้งเหตุการณ์ให้ทราบ
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
76. ถ้ามีตำรวจร้องให้เจ้าหน้าที่กองรักษาการณ์ช่วย เมื่อ ผบ.กองรักษาการณ์เห็นสมควรก็ให้จัดไปช่วยได้ แต่ไม่เกินเท่าใดของจำนวนทหารในกองรักษาการณ์
ก. 2 ใน 3 ข. 1 ใน 3
ค. 1 ใน 2 ง. 1 ใน 4
77. ถ้าทหารที่มารักษาการณ์ป่วยไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ผบ.กองรักษาการณ์ จะปฏิบัติอย่างไร
ก. จัดทหารคนอื่นมายืนยามแทน
ข. ส่งกลับไปหน่วยต้นสังกัดแล้วจัดคนอื่นมาแทน
ค. รีบนำส่งโรงพยาบาลแล้วรายงานให้ผู้มีอำนาจสั่งจัดกองรักษาการณ์ทราบ
ง. ให้นอนทุเลาพักผ่อนแล้วจัดทหารคนอื่นมาแทน
78. ถ้าที่ตั้งกองรักษาการณ์ที่ใดมีผู้ต้องขังอยู่ด้วย ผบ.กองรักษาการณ์มีหน้าที่ต่อผู้คุมขังต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวผิด
ก. จัดการควบคุมให้เป็นไปตามระเบียบ
ข. ระวังไม่ให้ผู้ต้องขังหนีเป็นอันขาด
ค. ผู้ต้องขังหนีไปต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหารทันที
ง. เวลาเปลี่ยนกองรักษาการณ์ต้องตรวจรับผู้ต้องขังพร้อมหลักฐาน
79. เมื่อมีผู้ต้องขังมาส่ง ณ ที่ตั้งกองรักษาการณ์ ผบ.กองรักษาการณ์ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. รายงานผู้มีอำนาจสั่งจัดกองรักษาการณ์ทราบทันที
ข. ตรวจหลักฐานให้ถูกต้องกับตัวจริงโดยแน่นอน
ค. ให้ ผช.ผบ.กองรักษาการณ์รีบนำตัวเข้าที่คุมขังโดยทันที
ง. สอบถาม ยศ – ชื่อ ความผิด แล้วรีบเข้าที่คุมขังโดยเร็ว
80. กองรักษาการณ์ต้องจัดทหารไปเป็นยามรักษากำปั่น หรือหีบที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในกองรักษาการณ์ การเปิดกำปั่นต้องปฏิบัติตามระเบียบใด
ก. ระเบียบซึ่งหน่วย ๆ นั้นกำหนดไว้เฉพาะ
ข. ระเบียบซึ่ง ผบ.กองรักษาการณ์ได้กำหนดไว้เอง
ค. ระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย
ง. ระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน
81. ผช.ผบ.กองรักษาการณ์ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของใคร
ก. ผบ.กองรักษาการณ์
ข. ผู้มีอำนาจสั่งจัดกองรักษาการณ์
ค. ไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งข้อ ก. และ ข. เพราะมีระบบอยู่แล้ว
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ก.
82. ยามรักษาการณ์ที่นายยามรับผิดชอบนั้น นายยามหรือจ่ายามต้องทราบอะไรบ้าง
ก. จุดยืนยามมีกี่แห่ง ข. จุดยืนยามอยู่ที่ไหน
ค. ยามแต่ละจุดมีหน้าที่อะไร ง. ถูกทุกข้อ
83. นายยามรักษาการณ์หรือจ่ายามต้องไปตรวจทหารยามอย่างไร
ก. ผลัดละ 2 คน ข. ผลัดละ 1 คน
ค. ไปตรวจเสมอ ง. ตามที่ ผบ.กองรักษาการณ์สั่ง
84. ทหารยามยืนเข้าเวรโดยถือปืนติดดาบในท่าใด
ก. ท่าพักตามระเบียบ ข. ท่าพัก
ค. ท่าตรง ง. ท่าเรียบอาวุธ
85. ทหารยามใช้อาวุธได้ตามสมควรแก่เหตุในกรณีใด
ก. เมื่อจำเป็นต้องป้องกันตัว ข. บังคับให้ผู้ต้องขังปฏิบัติตามคำสั่ง
ค. เมื่อผู้ที่ถูกควบคุมขัดขืน ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
86. ตามธรรมดาหน่วยทหารระดับใดจัดนายทหารเวรหรือนายยาม
ก. นายทหารที่มีกำลังตั้งแต่ 1 กองร้อยขึ้นไป
ข. หน่วยทหารที่มีกำลังตั้งแต่ 1 กองพันขึ้นไป
ค. กองเรือน้อยหรือเทียบเท่าขึ้นไป
ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
87. ตลอด 24 ช.ม. นายทหารเวรหรือนายเวรประจำหน่วยต้องตรวจสถานที่ต่าง ๆ ภายในเขตเสมออย่างน้อยกลางวันกี่ครั้ง
ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง
ค. 4 ครั้ง ง. 5 ครั้ง
88. ทหารยามที่มีหน้าที่รักษากำปั่นหรือหีบเก็บเงิน ให้ผู้ใดไขกุญแจเบิกกำปั่นหรือหีบนั้นได้เมื่อ...
ก. จ่ากองร้อยมาขอเปิดเพื่อจ่ายเบี้ยเลี้ยง ข. นายทหารการเงินมาขอเปิด
ค. ผบ.กองรักษาการณ์สั่งให้เปิด ง. ถูกทุกข้อ
89. กองรักษาการณ์จะต้องเรียกแสดงการเคารพแสดงวันทยาวุธ แสดงการเคารพผู้บังคับบัญชาตั้งแต่เมื่อใด
ก. ผบ.ร้อย.ของตนเองขึ้นไป ข. ผบ.พัน.ของตนเองขึ้นไป
ค. ผบ.กรม ของตนเองขึ้นไป ง. ผบ.พล ของตนเองขึ้นไป
90. กระสุนประจำกองรักษาการณ์ควรจะมีจำนวนเท่าใด ขึ้นอยู่กับ
ก. ระเบียบของกองทัพบกที่กำหนดอัตรากระสุนมูลฐาน
ข. ผบ.กองรักษาการณ์ร้องขอ
ค. ผู้มีอำนาจสั่งจัดกองรักษาการณ์จะเห็นสมควร
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
91. ธงไชยเฉลิมพลมีถุงคุลมอยู่เสมอเว้นแต่โอกาสใด
ก. เมื่อธงประจำกองเกียรติยศ ข. ในเวลาเชิญธงไปพิธีทหาร
ค. ในเวลาตรวจพลสวนสนาม ง. ถูกทุกข้อ
92. เมื่อจะเชิญธงไปที่เก็บรักษาไปยังที่ใด ให้จัดกำลังพลเชิญธงจำนวนเท่าใด
ก. 1 หมู่ ข. 1 หมวด
ค. 1 กองร้อย ง. 1 กองพัน
93. เมื่อเชิญธงไปแล้วให้จัดแถวหน้ากระดานกี่แถว
ก. 2 แถว ข. 3 แถว
ค. 4 แถว ง. 5 แถว
94. การลดธงทำความเคารพให้กระทำต่อท่าใด
ก. ท่าแบกธง ข. ท่าบ่าธง
ค. ท่ายกธง ง. ท่าเฉียงอาวุธ
95. เมื่อกองทหารจะทำการแสดงความเคารพในเวลาเดิน นายทหารรักษาธง ผู้เชิญธง และ ผช.ผู้เชิญธง ไม่ต้องแสดงความเคารพด้วย เว้นในกรณีใด
ก. ผ่านพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข. ผ่าน ผบ.สส.
ค. ผ่าน ผบ.ทบ. ง. ผช.ผู้เชิญธงกับนายทหารรักษาธง
96. เมื่อธงอยู่ในแถวหมู่เชิญธงจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของใคร
ก. นายทหารรักษาธงข้างขวา ข. นายทหารรักษาธงข้างซ้าย
ค. ผู้ควบคุมแถว ง. ผู้เชิญธง
97. นายทหารชั้นสัญญาบัตรจะต้องได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าประทานยศหรือมีคำสั่ง
ก. ทบ. ข. กลาโหม
ค. ผบ.หน่วย ง. การประดับยศ
98. นายทหารประทวนเมื่อได้รับคำสั่งอะไรเสียก่อนถึงจะประดับยศได้
ก. คำสั่งประทวนยศ ข. คำสั่งแต่งตั้งยศ
ค. คำสั่งประดับยศ ง. ไม่มีข้อถูก
99. องค์กรรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนคือหน่วยงานใด
ก. การประมวลข่าวกรอง ข. กรมประมวลข่าวลับ
ค. กรมประมวลข่าวกลาง ง. ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
100. องค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายทหารคือหน่วยใด
ก. ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ
ข. ศูนย์รักษาความปลอดภัยสำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุดกระทรวงกลาโหม
ค. กอ.รมน.
ง. กรมประมวลข่าวกรอง
101. พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 มีกี่หมวด
ก. 1 หมวด ข. 2 หมวด
ค. 3 หมวด ง. 4 หมวด
102. พรบ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 หมวดที่ 2 ชื่ออะไร
ก. ว่าด้วยกฎข้อบังคับ ข. ว่าด้วยระเบียบวินัย
ค. ว่าด้วยวินัย ง. ว่าด้วยวินัยทหาร
103. พรบ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 หมวด 2 มาตรา 4 กำหนดว่า วินัยทหาร คืออะไร
ก. การที่ทหารต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมของทหาร
ข. การที่ทหารต้องประพฤติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ค. การที่ทหารต้องประพฤติตามกฎเกณฑ์ของสังคม
ง. การที่ทหารต้องประพฤติตามแบบอย่างของผู้ประพฤติดีในสังคม
104. ตัวอย่างการกระทำผิดวินัยทหารใน หมวด 2 ข้อ 1 ว่าอย่างไร
ก. ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย
ข. ดื้อ ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ค. ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร
ง. ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร
105. ตามที่กำหนดในตารางเกณฑ์เทียบชั้น ผู้ลงทัณฑ์ และ ผู้รับทัณฑ์ กำหนดให้ ผู้บังคับกองพัน เป็นผู้ลงทัณฑ์ชั้นใด
ก. ชั้น 6 ข. ชั้น 5
ค. ชั้น 7 ง. ชั้น 4
106. ตามที่กำหนดในตารางเกณฑ์เทียบชั้น ผู้ลงทัณฑ์ และ ผู้รับทัณฑ์ กำหนดให้ ผู้บังคับกองร้อย เป็นผู้รับทัณฑ์ชั้นใด
ก. ชั้น 8 ข. ชั้น 7
ค. ชั้น จ ง. ชั้น ง
107. ตามที่กำหนดในตารางเกณฑ์เทียบชั้น ผู้ลงทัณฑ์ และ ผู้รับทัณฑ์ กำหนดให้ ผู้บังคับหมวด เป็นผู้รับทัณฑ์ชั้นใด
ก. ชั้น ซ ข. ชั้น ฉ
ค. ชั้น ช ง. ชั้น ฌ
108. ผู้บังคับกองร้อย มีอำนาจลงทัณฑ์ ขัง ผู้บังคับหมู่ ได้สูงสุดกี่วัน
ก. 5 วัน ข. 7 วัน
ค. 3 วัน ง. 15 วัน
109. ผู้มีอำนาจสั่งลงทัณฑ์ ขัง ผู้บังคับกองร้อย ข้อใดถูกที่สุด
ก. รมว.กห. สั่งขัง 1 เดือน ข. แม่ทัพ สั่งขัง 45 วัน
ค. ผบ.พล สั่งขัง 30 วัน ง. ผบ.กรม สั่งขัง 7 วัน
110. เมื่อท่านเป็น ผู้บังคับหมวด ท่านจะเป็นผู้ลงทัณฑ์ชั้นใด
ก. ชั้น 6 ข. ชั้น 7
ค. ชั้น 8 ง. ชั้น 9
111. คำว่า “ ทัณฑ์ ” หมายความว่าอย่างไร
ก. ทัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยแบบธรรมเนียมทหาร
ข. ทัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
ค. ทัณฑ์ตามกฎหมายที่กำหนดขึ้น
ง. ถูกทุกข้อ
112. คำว่า “ ขาดราชการ ” หมายความว่าอย่างไร
ก. ขาดไม่ถึง 24 ชั่วโมง ต่อหน้าราชศัตรู
ข. ขาดไม่ถึง 3 วัน ในเวลาไม่ปกติ
ค. ขาดโดยมิได้รับอนุญาตหรือเมื่อพ้นกำหนดอนุญาตในเวลาปกติยังไม่ถึง 15 วัน
ง. ถูกทุกข้อ
113. คำว่า “ หนีราชการ ” หมายความว่าอย่างไร
ก. ขาด 24 ชั่วโมง ต่อหน้าราชศัตรู
ข. ขาด 3 วัน ในเวลาไม่ปกติ
ค. ขาดโดยมิได้รับอนุญาตหรือเมื่อพ้นกำหนดอนุญาตในเวลาปกติ 15 วัน
114. การคำนวณวันลงทัณฑ์ ถ้ามีเศษของวันให้ทำอย่างไร
ก. ให้นับเศษของวันด้วย ข. ให้ตัดออก
ค. ให้ปัดเป็น 1 ง. ให้นับเป็น 1
115. การขาดราชการไม่ถึง 24 ชั่งโมง ในเวลาปกติ ให้ลงทัณฑ์สถานใด
ก. ทำทัณฑกรรม 3 วัน ข. ทำทัณฑกรรมไม่เกิน 3 วัน
ค. ไม่ต้องลงทัณฑ์ ง. ทำทัณฑกรรม 24 ชั่วโมง
116. การคำนวณวันลงทัณฑ์หนีราชการให้นับครั้งอย่างไร
ก. นับเฉพาะในการหนีราชการ ข. นับเป็นสองเท่า
ค. นับรวมกับครั้งที่ขาดราชการด้วย ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ข้อ ค.
117. ขาดราชการในเวลาปกติแล้วกลับเอง ครั้งที่ 1 ลงทัณฑ์อย่างไร
ก. ทำทัณฑกรรมไม่เกิน 3 วัน
ข. ไม่ต้องลงทัณฑ์
ค. ทำทัณฑกรรมไม่เกิน 7 วัน
ง. ขังกึ่งจำนวนวันที่ขาด
118. หนีราชการในเวลาปกติแล้วกลับเอง ครั้งที่ 1 ลงทัณฑ์อย่างไร
ก. ขัง 1 ใน 4 ของจำนวนวันที่หนี
ข. ขัง 1 ใน 2 ของจำนวนวันที่หนี
ค. จำขัง 1 ใน 4 ของจำนวนวันที่หนี
ง. จำขัง 1 ใน 2 ของจำนวนวันที่หนี
119. ทหารซึ่งหนีราชการในกรณีใด ให้ผู้บังคับบัญชาส่งตัวไปฟ้องศาล
ก. เมื่อคำนวณวันลงทัณฑ์จะต้องรับทัณฑ์ ขัง เกินกว่า 3 เดือน
ข. เมื่อคำนวณวันลงทัณฑ์จะต้องรับทัณฑ์ จำขัง เกินกว่า 3 เดือน
ค. เมื่อคำนวณวันลงทัณฑ์จะต้องรับทัณฑ์ ขัง เกินกว่า 2 เดือน
ง. เมื่อคำนวณวันลงทัณฑ์จะต้องรับทัณฑ์ จำขัง เกินกว่า 6 เดือน
120. ทหารซึ่งหนีราชการจนคดีขาดอายุความสำหรับความผิดฐานหนีราชการ แล้วให้ปลดเป็นทหารกองหนุน ประเภทที่เท่าใด
ก. ประเภทที่ 1 ข. ประเภทที่ 2
ค. ประเภทที่ 3 ง. ประเภทที่ 4
121. ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก ในปีหนึ่งจะลาป่วยได้ไม่เกินกี่วัน
ก. 60 วัน ข. 45 วัน
ค. 90 วัน ง. 30 วัน
122. ผู้บังคับบัญชาชั้น ผู้บังคับกองร้อย อนุญาตลาป่วยคราวหนึ่งได้ไม่เกินกี่วัน
ก. 3 วัน ข. 7 วัน
ค. 15 วัน ง. 21 วัน
123. ใบลาป่วยของข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก ให้ใช้ตามแบบพิมพ์ ทบ. หมายเลขอะไร
ก. ทบ.100 – 005 ข. ทบ.101 – 007
ค. ทบ.100 – 007 ง. ทบ.100 – 070
124. ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก มีสิทธิลากิจ รวมทั้งลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อ เนื่องจากการลาคลอดบุตรโดยได้รับเงินเดือนปีละไม่เกิน กี่วัน
ก. 30 วัน ข. 30 วันทำการ
ค. 45 วัน ง. 45 วันทำการ
125. ในการลาพักผ่อนประจำปีของข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก ให้ใช้แบบพิมพ์ใบลาขออนุญาตแบบใด
ก. แบบ 6 ข. แบบ 4
ค. แบบ 5 ง. แบบ 3
126. ใบลาพักผ่อนประจำปี กำหนดให้ใช้แบบพิมพ์ ทบ. หมายเลขอะไร
ก. ทบ.100 – 101 ข. ทบ.100 – 016
ค. ทบ.100 – 106 ง. ทบ.100 – 004
127. ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก จะลาอุปสมบทได้กี่วัน
ก. 120 วัน ข. 120 วันทำการ
ค. ไม่เกิน 120 วัน ง. ไม่เกิน 120 วันทำการ
128. ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทจะต้องอุปสมบทภายในกี่วัน นับตั้งแต่วันเริ่มวันลา
ก. 15 วัน ข. 10 วัน
ค. 7 วัน ง. 5 วัน
129. ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบท ลาสิกขา เมื่อใดต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาโดยตรงทราบและเข้าปฏิบัติราชการภายในกี่วัน
ก. 5 วัน ข. 7 วัน
ค. 10 วัน ง. 15 วัน
130. การลาไปศึกษานอกเวลาราชการ ต้องมีอายุราชการดังนี้
ก. ไม่จำกัดอายุราชการ ข. มีอายุราชการไม่น้อยกว่า 3 ปี
ค. มีอายุราชการไม่น้อยกว่า 5 ปี ง. มีอายุราชการไม่ต่ำกว่า 1 ปี ขึ้นไป
131. โอกาสต่อไปนี้ถ้าไม่มีหมายกำหนดการเป็นอย่างอื่น ให้ทหารแต่งเครื่องแบบปกติขาวคือ
ก. ไปในงานราชพิธี หรือรัฐพิธี ข. ในการรับ – ส่งเสด็จ
ค. ในงานพระราชทานเพลิงศพทหาร ตำรวจ ง. ถูกทุกข้อ
132. ในโอกาสต่อไปนี้ถ้าไม่มีคำสั่งหรือหมายกำหนดการเป็นอย่างอื่น ให้ทหารแต่งเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ คือ
ก. ในการเยี่ยมคำนับเป็นทางการ
ข. เมื่อเป็นตุลาการศาลทหาร เวลาพิจารณาคดี
ค. ไปในงานพิธีของส่วนราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งกำหนดแต่งเครื่องแบบกากีคดตั้ง
ง. ถูกทุกข้อ
133. ในโอกาสต่อไปนี้ถ้าไม่มีคำสั่งหรือหมายกำหนดการเป็นอย่างอื่น ให้ทหารแต่งเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ คือ
ก. ในการปฏิบัติราชการตามปกติ และในการศึกษาหรือดูงาน
ข. ในการเดินทางภายในประเทศ เมื่อต้องแต่งเครื่องแบบ
ค. ไปในงานหรือในสังคมที่ต้องการความเป็นระเบียบ
ง. ถูกทุกข้อ
134. ในโอกาสต่อไปนี้ถ้าไม่มีคำสั่งหรือหมายกำหนดการเป็นอย่างอื่น ให้ทหารแต่งเครื่องแบบ ฝึก
ก. เมื่อทำหน้าที่รักษาการณ์ ข. เมื่อประจำแถว หรือควบคุมแถวทหาร
ค. เมื่อปฏิบัติราชการสนาม ง. ถูกทุกข้อ
135. นายทหารสัญญาบัตรไม่ต้องคาดกระบี่ เมื่อ
ก. ประจำแถวเป็นกองทหารเกียรติยศ
ข. ไปในงานสโมสรสันนิบาต
ค. ประจำแถวรับการตรวจพลสวนสนาม
ง. ไปในงานฌาปนกิจศพทหาร หรือตำรวจ
136. ถุงมือสำหรับใช้ในเวลาแต่งประกอบเครื่องแบบนั้น ให้ใช้ถุงมือสีใด
ก. สีขาว ข. สีนวล
ค. สีน้ำตาล ง. ถูกทุกข้อ
137. ผ้าพันแขนทุกข์ใช้ประกอบเครื่องแบบทหารนั้นมีความกว้างเท่าไร
ก. 7 ซม. ข. 8 ซม.
ค. 10 ซม. ง. ถูกทุกข้อ
138. กรณีต่อไปนี้ ให้งดใช้ผ้าพันแขนทุกข์ คือ
ก. เมื่อแต่งเครื่องแบบสโมสร ข. เมื่อสวมเครื่องแบบที่ใช้เสื้อคอพับ
ค. เมื่ออยู่ในแถว หรือเป็นผู้ควบคุมแถว ง. ถูกทุกข้อ
139. ในโอกาสที่ให้ทหารแต่งเครื่องแบบปกติขาว หรือเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอแบะ สำหรับพลทหารให้แต่งเครื่องแบบอะไร
ก. เครื่องแบบปกติ ข. เครื่องแบบฝึก
ค. เครื่องแบบสนาม ง. ถูกทุกข้อ
140. ทหารประจำการ เมื่อออกไปนอกราชอาณาเขต จะแต่งเครื่องแบบอะไร
ก. จะแต่งเครื่องแบบมิได้ เว้นในโอกาสที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ข. เครื่องแบบปกติ
ค. เครื่องแบบฝึก
ง. เครื่องแบบอะไรก็ได้
Google